วันอาทิตย์ที่ 8 สิงหาคม 2010

กาลาเทีย 6:7-10

(ย1) ยอมรับพระคำ

  1. พระคำของพระเจ้าบอกให้เรารู้ว่าผลของชีวิตที่เราจะเก็บเกี่ยวได้นั้นมาจากไหน? (ข้อ 7)
  2. ผู้ที่หว่านชีวิตในเนื้อหนังจะได้เก็บเกี่ยวอะไร? ผู้ที่หว่าชีวิตในฝ่ายวิญญาณจะได้เก็บเกี่ยวอะไร? (ข้อ 8)
  3. อะไร คือ เหตุที่เราไม่ควรเมื่อยล้าในการกระทำดี? (ข้อ 9) และเราควรทำดีต่อใครบ้าง? (ข้อ 10)

(ย2) ยอมภาวนา

คนบางคนเติบโตขึ้นอย่างงดงาม แต่คนบางคน กลายเป็นคนบูดบึ้งและเกรี้ยวกราด เราควรรู้ว่าเราจะโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่แบบไหน เพราะเราต่างก็ต้องมีอายุมากขึ้น

คนเราไม่ได้หงุดหงิดหรืออารมณ์เสียเพียงเพราะอายุที่เพิ่มมากขึ้น อายุไม่ได้ทำให้เราจู้จี้ ขี้บ่นและอารมณ์ขึ้นๆลงๆเรากลายเป็นอย่างนี้ เพราะเราเป็นอย่างนี้อยู่แล้วต่างหาก

เปาโลเขียนไว้ว่า “ผู้ที่หว่านในย่านเนื้อหนังของ ตน ก็จะเกี่ยวเก็บความเปื่อยเน่า…แต่ผู้ที่หว่านในย่านพระวิญญาณ ก็จะเกี่ยวเก็บชีวิตนิรันดร์” (กท. 6:8) คนที่สนใจและคิดถึงแต่ตัวเองก็กำลังหว่านเมล็ดแห่งความทุกข์ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ในทางตรงกันข้าม ผู้ที่รักพระเจ้าและเป็นห่วงเป็นใยผู้อื่น ก็หว่านเมล็ดที่วันหนึ่งจะงอกเงยเป็นความชื่นชม ยินดีให้ได้เก็บเกี่ยว

ซี เอส ลูอิส กล่าวไว้อย่างนี้ว่า “ทุกครั้งที่คุณต้องเลือกหรือตัดสินใจ จุดศูนย์กลางของตัวคุณเองที่ทำหน้าที่ตัดสินใจก็กำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่บางอย่างที่แตกต่างไปจากที่เคยเป็นทีละน้อย” ในแต่ละวัน เราสามารถเลือกที่จะยอมจำนนความคิดของเราต่อพระเจ้าได้ ขอพระองค์ประทาน กำลังเพื่อให้เราอยู่เพื่อพระองค์และเพื่อผู้อื่น เมื่อพระองค์ทรงทำงานในเรา เราจะเติบโตขึ้นในความอ่อนสุภาพและมีเมตตา

ตอนนี้คำถามที่เราต้องถามตัวเองคือ ฉันจะเติบโตขึ้นแบบไหน? เมล็ดที่เราหว่านวันนี้ กำหนดว่าเราจะได้เก็บเกี่ยวผลอะไรในวันพรุ่งนี้

 

(ย3) ยอมประยุกต์ใช้

  1. การดำเนินชีวิตทุกวันนี้ของคุณกำลังหว่านชีวิตในสิ่งใดระหว่างเนื้อหนังกับฝ่ายวิญญาณ?
  2. อะไร คือ สิ่งที่พระเจ้ากำลังตรัสกับคุณ? และอะไรคือสิ่งที่คุณจะตอบสนองในวันนี้?

(ย4) ยอมแบ่งปัน

ให้คุณได้แบ่งปันถึงสิ่งที่พระเจ้าทรงตรัสและสิ่งที่คุณตั้งใจตอบสนองต่อพระคำในวันนี้ แก่พี่เลี้ยงหรือบางคนที่คุณคาดว่าจะเป็นพระพรแก่เขาได้

 

ข้อท่องจำ : โรม 10:15

“และถ้าไม่มีใครใช้เขาไป เขาจะไปประกาศอย่างไรได้ ตามที่มีคำเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า เท้าของคนเหล่านั้นที่นำข่าวดีมา ช่างงามจริงๆ หนอ”